วางผังและการใช้งานภายในบ้านสำหรับคนไม่มีเวลาให้ดูแลง่ายมากขึ้นด้วย 7 วิธี

Home \ ตกแต่งบ้าน \ วางผังและการใช้งานภายในบ้านสำหรับคนไม่มีเวลาให้ดูแลง่ายมากขึ้นด้วย 7 วิธี

วางผังและการใช้งานภายในบ้านสำหรับคนไม่มีเวลาให้ดูแลง่ายมากขึ้นด้วย 7 วิธี

ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่ในบ้าน การดูแลทำความสะอาดบ้านนั้นจึงไม่ค่อยจะมีเวลาทำสำหรับคนทำงาน ยิ่งคนที่โหมทำงานหนักหรือให้เวลากับงานมากเป็นพิเศษ การทำความสะอาดแทบไม่มีอยู่ในหัว 

บ้านสำหรับคนทำงานก็คือที่หลับนอนไว้พักผ่อนให้หายเหนื่อย ใช้เวลาอยู่ที่บ้านแค่ช่วงเย็นและตอนกลางคืน ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์หรือน้อยกว่านั้น ดังนั้นหากทิ้งบ้านหรือปล่อยปละละเลยการทำความสะอาดเป็นเวลานานก็มักจะทำให้บ้าน มีฝุ่นเกาะอยู่เต็มไปหมด ข้าวของเครื่องใช้ที่เราใช้ในทุกๆวันหรือนำสิ่งของเข้ามาเพิ่มก็วางไม่เป็นระเบียบ และยิ่งดูรกมากยิ่งขึ้น 

ตัวการสำคัญคือฝุ่นที่เป็นเชื้อโรคถึงแม้ว่าเราจะใช้เวลาอยู่บ้านน้อย แต่เป็นช่วงเวลาที่เราหลับนอน การนอนเป็นช่วงเวลาที่เรามักผ่อนคลายมากที่สุด หากอากาศนั้นเต็มไปด้วยฝุ่น เราก็จะสูดอากาศแบบนั้นเข้าไปโดยไม่รู้ตัว  ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ

ถึงแม้จะใช้เวลาอยู่ที่บ้านน้อยมากแค่ไหน การทำความสะอาดก็เป็นสิ่งจำเป็น หากคนที่ทำงานมีเงินมากพอ อาจจะใช้บริการจากแม่บ้านมาทำความสะอาดให้ แต่สำหรับคนที่ทำแต่งาน และไม่มีเวลา แต่ต้องทำความสะอาดบ้านเอง เรามีเทคนิคที่ช่วยลดทอนการทำความสะอาดให้ใช้เวลาน้อยด้วย 7 วิธี ดังนี้

1.มีซอกมุมบ้านให้น้อยที่สุด

ถึงแม้ว่าโครงสร้างบ้านอาจจะมีซอกหรือมุมมาอยู่แล้ว แต่เราจะไม่เพิ่มซอกมุมต่างๆจากสิ่งของเครื่องใช้ หรือทำให้มีน้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะตรงบริเวณซอก มุมต่างๆเป็นบริเวณทำความสะอาดที่เข้าถึงได้ยาก ดังนั้นมักเป็นบริเวณที่มีฝุ่นมากกว่าบริเวณพื้นโล่ง

ซอกหรือมุมต่างที่เรามักพบเจอก็จะมาจาก ซอก มุมบ้านตามโครงสร้างของบ้าน พวกสิ่งของเครื่องใช้ขนาดใหญ่ อาทิ ตู้เก็บของ ชั้นวางของ เตียงนอน โซฟา โต๊ะ โต๊ะเครื่องแป้ง เป็นต้น ข้าวของเครื่องใช้ชิ้นใหญ่จำพวกเหล่านี้มีน้ำหนักมากพอสมควร หากทำความสะอาดตรงซอก มุมก็ต้องมีการเคลื่อนย้าย

วิธีแก้ปัญหาสำหรับการลดซอก มุมภายในบ้าน ก็คือ เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขาตั้ง ลดการใช้สิ่งของที่ไม่มีขา หรือสิ่งของแบบทึบ อาทิ ตู้เก็บของที่มีขาตั้งเป็นฐาน จะทำให้เห็นพื้นด้านใต้ตู้ ดูโปร่ง และเข้าถึงง่ายกว่า สิ่งของอื่นๆก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน โต๊ะ หรือแม้กระทั่งโซฟา และควรติดตั้งข้าวของเครื่องใช้ให้พอดีกับความสูงที่เราเอื้อมถึง ซึ่งจะทำให้เราทำความสะอาดได้ง่ายกว่า

2.สิ่งของที่เป็นทั้งของตกแต่งและของใช้

คนเรามักชอบตกแต่งบ้านให้ดูสวยงามอยู่เสมอ และชอบซื้อของตกแต่งตามความชอบของตัวเอง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นของกระจุกกระจิก หยุ๋มหยิ๋มน่ารักๆ หรือตุ๊กตา หุ่นยนต์ต่างๆ ซึ่งต้องมีการดูแลและทำความสะอาดอยู่บ่อยครั้ง 

ดังนั้นหากใครที่ไม่มีเวลามากพอ ควรจะลดทอนของตกแต่งที่ไม่จำเป็นลง และเปลี่ยนมาเน้นเป็นของที่มีประโยชน์ด้านการใช้งานมากกว่า จำพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และเพิ่มความสวยงามด้านการออกแบบเข้าไปด้วย ก็จะได้ของใช้ที่เป็นของตกแต่งไปในตัวอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันข้าวของเครื่องใช้มีการออกแบบที่หลากหลายและสวยงามเป็นอย่างมาก

3.หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของที่มีสายไฟ

สิ่งของที่มีสายไฟมักจะเพิ่มความยุ่งยากในการทำความสะอาด แถมยังทำให้ดูรกและมีของใช้มากเกินความจำเป็นทั้งที่จริงๆแล้วนั้นข้าวของเครื่องใช้อาจจะไม่ได้มีมาก แต่สายไฟมีเยอะมากกว่าเท่านั้นเอง ยิ่งบ้านไหนที่มีเด็กน้อยพากันวิ่งเล่นอาจจะต้องระมัดระวังให้ดี ไม่งั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ แต่เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เครื่องใช้ต่างๆล้วนแล้วแต่มีสายไฟ อาทิ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น

แต่ปัจจุบันก็มีการพัฒนาข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ และเล็งเห็นความสำคัญถึงเรื่องนี้ด้วย ก็มักจะมีอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆที่ไร้สาย เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

ดังนั้นวิธีแก้ก็คือ เน้นใช้อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ที่ไร้สายเป็นส่วนใหญ่ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรจัดระเบียบให้เป็นที่เป็นทาง ซึ่งการทำความสะอาดจะได้ง่าย แถมทำให้ห้องดูไม่รก สะอาดตา โล่ง มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นกว่าเดิม และไม่เป็นอันตรายต่อเด็กอีกด้วย

4.แยกโซนห้องน้ำไว้อย่างชัดเจน

ห้องน้ำเป็นห้องที่สกปรกง่ายที่สุดเนื่องจากเราใช้น้ำชำระร่างกายในทุกๆวัน หรืออาจจะมีการนำสิ่งของมาล้างในห้องน้ำ จึงมักมีคราบสิ่งสกปรกอยู่ตลอดเวลา พร้อมไปกับความเปียก ความชื้นจากน้ำที่เราใช้ 

ดังนั้นการแยกโซนห้องน้ำจะเป็นตัวช่วยลดภาระในการทำความสะอาดมากยิ่งขึ้น โดยการแบ่งโซนแห้งและโซนเปียกไว้อย่างชัดเจน พื้นที่เปียกก็จะมีขนาดลดน้อยลงทำให้คราบสิ่งสกปรกต่างๆแคบลงไปด้วย และยังช่วยให้มีพื้นที่การใช้งานได้ดีกว่า สามารถใช้ห้องน้ำได้มากกว่าแค่อาบน้ำ เช่น การนำเสื้อผ้าเข้ามาเปลี่ยนโดยไม่ต้องกลัวว่าผ้าจะชื้นหรือเปียก หรือคนที่ชอบเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงตอนอาบน้ำ ก็สามารถนำโทรศัพท์เข้ามาเปิดเพลงได้ เป็นต้น

ดังนั้นวัสดุที่ใช้ในการกั้นเขตระหว่างโซนแห้งและเปียก ควรจะเป็นกระจกใสหรือกระจกแบบใดก็ได้แล้วแต่การออกแบบ หรือหากใครต้องการแค่เอาไว้ใช้อาบน้ำจะซื้อเป็นตู้อาบน้ำก็ได้ วัสดุที่ใช้เพียงแค่ต้องการป้องกันน้ำที่จะกระเด็นไปทั่วแค่นั้นเอง 

ข้อแนะนำหากใครต้องการการใช้งานที่นอกเหนือจากการอาบน้ำ ควรจะกั้นด้วยกระจก เนื่องจากพื้นที่การใช้สอยจะมีมากกว่า และเราสามารถจัดแจงการใช้งานได้เยอะขึ้น และห้องน้ำควรจะมีช่องระบายอากาศหรือช่องที่แสงแดดพาดผ่านเข้ามาได้จะช่วยลดการเปียกชื้นภายในห้องน้ำไปได้อีกวิธีหนึ่ง 

5.ใช้วัสดุที่พื้นผิวดูแลง่าย

พื้นผิวของแต่ละวัสดุนั้นให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน อาทิ วัสดุที่มีผิวแบบขรุขระหรือหยาบ ซึ่งจะมีแรงเสียดทานมาก ส่วนใหญ่มักจะเห็นทำพื้นผิวแบบนี้ในห้องน้ำให้กับคนสูงอายุ เพื่อป้องกันการลื่นล้มภายในห้องน้ำที่อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง เป็นต้น ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุที่มีพื้นผิวแตกต่างกันนี้ ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะนำไปใช้ให้เหมาะสม

การทำความสะอาดก็เช่นเดียวกัน หากใครกำลังมองหาพื้นผิวที่ทำความสะอาดง่าย ไม่เปลืองแรง ควรเลือกใช้วัสดุที่มีพื้นผิวแบบลื่นไว้ก่อน อาทิ กระเบื้อง เซรามิก สแตนเลส ปูนเปลือยขัดมัน  หินอ่อน ไวนิล หินแกรนิต กระจกแบบต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นวัสดุที่มีผิวลื่นก็มีมากมาย และควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับห้องเหล่านั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นพื้นห้อง ผนังห้องครัว ห้องน้ำ เป็นต้น

พวกงานเฟอร์นิเจอร์ก็เช่นเดียวกันหากเน้นการทำความสะอาดแบบง่ายๆเป็นหลัก ควรหลีกเลี่ยงพวกงานผ้า และงานไม้ที่ต้องใช้การดูแลและทำความสะอาดบ่อยๆ อาทิ โซฟา โต๊ะ ตู้เก็บของ ประตู หน้าต่าง เป็นต้น ควรจะหันมาใช้ วัสดุที่ทำจากหนัง หินอ่อน อลูมิเนียม เป็นต้น

6.จัดเก็บและจัดวางตำแหน่งสิ่งของให้เป็นที่เป็นทาง

การจัดวางตำแหน่งสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ จะง่ายต่อการทำความสะอาดด้วยเช่นกัน และไม่ทำให้บ้านดูรก ระเกะระกะจนเกินไป แถมยังมีประโยชน์ช่วยให้หาสิ่งของได้ไม่ยาก และฝึกวินัยในการจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ เรียบร้อยได้อีกด้วย นอกจากความเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วนั้นยังช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บมากยิ่งขึ้น

การจัดเก็บสิ่งของเครื่องใช้ด้วยตู้เก็บของ ชั้นวางของ ตู้โชว์ กล่องเก็บของ หรือภาชนะที่เอาไว้ใส่ของต่างๆ มีประโยชน์มาก ทำให้ลดทอนฝุ่นที่เข้ามาเกาะหรือติดกับสิ่งของได้มากขึ้น ควรจะเป็นภาชนะที่มีฝาปิดสนิท ไม่ใช่สิ่งของที่เปิดโล่ง เพื่อป้องการฝุ่นจับ ยิ่งเป็นของที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยด้วยแล้ว และยังช่วยทำให้บ้านนั้นมีพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น บ้านดูโล่ง โปร่ง แต่หากใครใช้สิ่งของนั้นเป็นประจำจะใช้แบบภาชนะที่เปิดโล่งเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานก็ได้ 

7.แสงจากธรรมชาติเข้าถึงทั่วทั้งบ้าน

หากใครสร้างบ้านก็ควรจะเน้นออกแบบให้บ้านได้รับแสงจากธรรมชาติได้ดี หรือใครกำลังหาบ้านใหม่ ที่พักใหม่ก็ควรหาห้องที่ได้รับแสงจากธรรมชาติด้วย ไม่ควรอยู่ห้องหรือบ้านที่ทึบ มืดจนเกินไปจะทำให้ไม่รู้วันรู้คืน ทำให้เกียจคร้าน ไม่กระตือรือร้น และห้องหรือบ้านอับชื้นได้ง่าย และยิ่งอยู่ไปนานๆจะส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย

เราได้ยินกันมาเนิ่นนานแล้วนั้นว่า แสงช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ ดังนั้นแสงนอกจากจะให้แสงสว่างไม่ให้ห้องมืด ยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ภายในบ้านได้อีกระดับหนึ่ง ไม่ทำให้ห้องอับชื้น และหากให้แสงพาดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง หรือบานประตู อากาศก็เข้ามาได้เช่นเดียวกัน หากบ้านมีแสงทั่วทั้งบ้าน ก็แสดงว่าอากาศภายในบ้านถ่ายเทสะดวกด้วยนั่นเอง

สำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูแลและทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดทอนเวลาการทำความสะอาดให้น้อยลง ไม่เปลืองแรง เนื่องจากได้วางผังของบ้าน ลดของใช้ที่ไม่จำเป็น และจัดเก็บสิ่งของอย่างเป็นระเบียบ จึงเอื้อประโยชน์ต่อการทำความสะอาดมากขึ้นกว่าเดิม

RELATED POSTS